ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ลิงค์เวบราชการ
dot
dot
รวมลิงค์เวบเกษตร
dot
dot
ราคาสินค้าเกษตร
dot
dot
เวบลิงค์อื่น ๆ
dot


ห้องสมุดการเกษตร
http://www.hotmail.com
http://www.sanook.com
http://longlivetheking.kpmax.com/
http://www.krobkruakao.com/


การเลี้ยงเป็ด

พันธุ์เป็ด
เป็ดที่เลี้ยงกันอยู่ทั่วไปมี 2 ประเภท คือ เป็ดพันธุ์ไข่ เป็ดพันธุ์เนื้อ
    
1. เป็ดพันธุ์ไข่

         1.1 พันธุ์กากีแคมเบลล์ พัฒนาพันธุ์ในประเทศอังกฤษ จนได้เป็นเป็ดพันธุ์ที่ให้ไข่ดกที่สุดในโลกพันธุ์หนึ่งโดยให้ไข่ปีละมากกว่า 300 ฟองเป็ดกากีมีขนสีนํ้าตาล แต่ขนที่หลังและปีกมีสีสลับอ่อนกว่า ปากดำ ค่อนข้างไปทางเขียวจงอยปากตํ่า ตาสีนํ้าตาลเข้ม คอส่วนบนสีนํ้าตาล แต่ส่วนล่างเป็นสีกากี ขาและเท้าสีเดียวกันกับขนแต่เข้มกว่าเล็กน้อย ตัวเมียเมื่อโตเต็มที่หนักประมาณ 2.0-2.5 กก. เริ่มไข่เมื่ออายุประมาณ 4 1/2 เดือน ส่วนตัวผู้จะมีขนสีเขียวที่หัว คอ ไหล่ และปลายปีก ขนตัวสีกากีและนํ้าตาลขาและ เท้าสีกากีเข้ม โตเต็มที่หนักประมาณ 2.5-2.7 กก.

         1.2 พันธุ์อินเดียนรันเนอร์ เป็นเป็ดขนาดเล็ก ตัวผู้โตเต็มที่มีนํ้าหนักประมาณ 1.7-2.5 กก. ตัวเมียมีนํ้าหนัก 1.5-2.0 กก. เป็ดพันธุ์นี้มีอยู่ 3 ชนิด คือ สีขาว สีเทา และสีลายลักษณะเด่นประจำ พันธุ์ที่แปลกกว่าเป็ดพันธุ์อื่นๆ คือการยืนคอตรงลำ ตัวเกือบตั้งฉากกับพื้นปากสีเหลือง แข้งและเท้าสีส้ม ตัวเมีย เริ่มให้ไข่เมื่ออายุประมาณ 4 1/2 เดือน ให้ไข่ฟองโตและไข่ทน  

         1.3 พันธุ์พื้นเมือง ที่นิยมเลี้ยง มี 2 พันธุ์ คือ เป็ดนครปฐม เลี้ยงกันมากในเขตจังหวัดนครปฐม เพชรบุรี สุพรรณบุรี และในพื้นที่ลุ่มซึ่งเป็นเขตนํ้าจืด ตัวเมียมีขนสีลายกาบอ้อย ปากสีเทา เท้าสีส้ม ตัวผู้มีสีเขียวแก่ตั้งแต่คอไปถึงหัว คอควั่นขาว อกสีแดง ลำ ตัวสีเทา ปากสีเทา และเท้าสีส้ม ตัวผู้โตเต็มที่หนักประมาณ 3.0-3.5 กก.ตัวเมียหนัก 2.5-3.0 กก. เริ่มให้ไข่เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน
               เป็ดปากนํ้า เลี้ยงกันมากในเขตจังหวัดสมุทรปราการ (ปากนํ้า) สมุทรสาคร ฉะเชิงเทราและชลบุรี ตลอดจนจังหวัดที่อยู่ชายฝั่งทะเลอื่นๆ เป็นเป็ดพันธุ์เล็ก ตัวเมีย มีปาก เทา และลำ ตัว สีดำ
อกสีขาว เฉพาะตัวผู้จะมีขนสีเขียวบรอนซ์ที่หัว ขนาดเล็กกว่าเป็ดนครปฐม ขนาดไข่ก็เล็กกว่าเริ่มให้ไข่เมื่ออายุ 5-6 เดือน ตัวผู้ของเป็ดพันธุ์พื้นเมืองนิยมนำ ไปเลี้ยงเป็นเป็ดเนื้อในปัจจุบัน เป็ดไข่พันธุ์พื้นเมืองแท้แทบจะหมดไปจากวงการเลี้ยงเป็ดไข่แล้ว เนื่องจากมีการผสมพันธุ์กันระหว่างพันธุ์กากีแคมเบลล์กับพันธุ์พื้นเมืองมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนกลายเป็นเป็ดพันธุ์ผสมแทบทั้งหมด พันธุ์แท้ส่วนใหญ่เหลืออยู่ตามสถานีทดลองของกรมปศุสัตว์เท่านั้น     

         1.4 พันธุ์ลูกผสมกากีแคมเบลล์กับพื้นเมือง นิยมเลี้ยงกันมากกว่าพันธุ์แท้ เพราะเลี้ยงง่ายทนทาน ให้เนื้อดี และให้ไข่ดก ประมาณ260 ฟองต่อปี อายุที่เริ่มไข่ประมาณ 5 1/2-6 เดือน

         1.5 พันธุ์ลูกผสม ไฮ-บริด พัฒนาพันธุ์โดยบริษัทเอกชนในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่แล้วนำ เข้ามาเลี้ยงใน เมืองไทย เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการเลี้ยงเป็ดมากขึ้น พันธุ์ที่นิยมเลี้ยง เช่น ซุปเปอร์ดั๊ค

ลักษณะทั่วไปของเป็ดที่ให้ไข่ดก
         - เป็ดมีลำ ตัวลึกและกว้าง
         - ขนกร้านไม่สวยงาม ไม่พองฟู
         - นัยน์ตานูนเด่นเป็นประกายสดใส
         - ช่วงคอลึกและแข็งแรง
         - ก้นย้อยห้อยเกือบติดดิน
         - จับดูหน้าท้องจะบางและนุ่ม
         - กระดูกเชิงกรานกว้าง ทวารกว้างและชื้น

     2. เป็ดพันธุ์เนื้อ

          2.1 พันธุ์ปักกิ่ง มีต้นกำ เนิดจากประเทศจีน รูปร่างใหญ่โต ลำ ตัวกว้างลึกและหนา ขนสีขาวล้วนปากสีเหลือง-ส้ม แข้งและเท้าสีหมากสุก ผิวหน้าสีเหลือง เลี้ยงง่าย ไม่ฟักไข่ ให้ไข่ดีพอใช้ประมาณ 160 ฟองต่อปี เปลือกไข่สีขาว เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้หนักประมาณ 4 กก. ตัวเมียหนัก 3.5 กก. เป็ดปักกิ่งมีนิสัยค่อนข้างตื่นตกใจง่าย ผู้เลี้ยงควรระวัง เพราะอาจกระทบกับการเจริญเติบโตได้ ใช้เลี้ยงไล่ทุ่งไม่ค่อยได้ผล ควรเลี้ยงในเล้าที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก จึงจะเติบโตดี นอกจากให้เนื้อแล้ว ขนเป็ดปักกิ่งยังเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมผลิตลูกขนไก่ และใช้ทำ ฟูกที่นอนได้ด้วย

          2.2 เป็ดเทศ (Muscovy) มีต้นกำ เนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ เป็นเป็ดอีกพันธุ์หนึ่งต่างหาก เมื่อทำ การผสม พันธุ์กับเป็ดพันธุ์อื่น จะให้ลูกเป็นหมัน เช่น เป็นพันธุ์ปั๊วฉ่ายเป็ดเทศใช้อาหารพวกพืชสดได้ดีคล้าย ๆ กับห่าน เป็นเป็ดที่ให้เนื้อดีแต่ให้ไข่น้อย และโตค่อนข้างช้า จึงไม่ค่อยมีผู้นิยมเลี้ยงเป็นการค้า เป็ดเทศชอบฟักไข่และเลี้ยงลูกไก่ มีนิสัยชอบบิน เมื่อโตเต็มที่ตัวผู้จะมีน้ำ หนกั ประมาณ 4-4.5 กก. ตวั เมยี มนี ้ำ หนกั 3.0-3.5 กก.เป็ดเทศมี 2 ชนิด คือ ชนิดมีสีขาว และชนิดสีดำ ทั้ง 2 ชนิด ที่บริเวณหน้าและเหนือจมูก มีหนังย่นสีแดง เป็ดเทศชนิดที่มีสีขาวจะมีขนสีขาว ผิวหนังสีขาว แข้งสีเหลือง-ส้มอ่อน ปากมีสีเนื้อ ชนิดสีดำ มีขนที่หน้าอก ลำ ตัและหลังสีดำ ประขาวปากสีชมพู แข้งสีเหลืองหรือตะกั่วเข้ม

          2.3 พันธุ์ปั๊วฉ่าย เป็นเป็ดพันธุ์ผสมระหว่างเป็ดเทศกับเป็ดธรรมดา พันธุ์พื้นเมืองของไทย ลูกเป็ดที่ได้จะเป็นหมันทั้งเพศผู้และเพศเมีย ลักษณะเป็ดพันธุ์นี้ที่สำ คัญ คือโครงร่างใหญ่ เล็บแหลมดำ
และว่องไว กระโดดเก่งกว่าลูกเป็ดธรรมดา เลี้ยงง่าย โตเร็ว ไม่เที่ยวหากินไกล ไม่ร้องเสียงดัง รสชาติของเนื้อดีกว่าเป็ดธรรมดา เนื้อแน่น มีไขมันตํ่า ชาวจีน นิยมบริโภคมานานนับร้อยปีแล้ว ในช่วงตรุษ  และสารทจีนราคาดีกว่าเป็ดธรรมดามากการเลี้ยงใช้เวลาประมาณ 3.5-4 เดือน เป็ดตัวผู้จะมีนํ้าหนัก 3-3.5 กก. ส่วนตัวเมียจะหนัก  2.5-3 กก.

          2.4 พันธุ์ลูกผสม ไฮ-บริด นำ มาเผยแพร่โดยบริษัทเอกชน มีเลี้ยงกันอยู่หลายพันธุ์ในขณะนี้ เช่น พันธุ์ เชอรี่วอลเลย์ พันธุ์ทีเกล พันธุ์ฮักการด์ พันธุ์เลคการด์ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีการพัฒนาพันธุ์โดยมีพันธุ์ปักกิ่งผสมอยู่ด้วย

          2.5 พันธุ์พื้นเมือง มีอยู่ 2 พันธุ์ด้วยกัน คือ พันธุ์นครปฐม เป็นเป็ดตัวผู้ที่คัดออกจากเป็ดพันธุ์ไข่ และนำ มาเลี้ยงเป็นเป็ดเนื้อ ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงมากที่สุด เพราะลูกเป็ดราคาถูก เลี้ยงง่าย และได้นํ้าหนักดีกว่าเป็ดพื้นเมืองพันธุ์อื่น ๆ ใช้เวลาเลี้ยง 3-4 เดือน ได้ นํ้าหนักเฉลี่ย 1.6-2.0 กก. ตัวผู้จะมีหัวสีเขียวคอควั่นขาว อกสีแดงลำ ตัวสีเทา และเท้าสีส้มพันธุ์กากีผสม เป็นเป็ดตัวผู้ที่คัดออกจากเป็ดไข่พันธุ์กากีผสมและนำ มาเลี้ยงเป็นเป็ดพันธุ์เนื้อ เป็นเป็ดพันธุ์ เล็ก นํ้าหนักไม่ค่อยดี จึงไม่นิยมเลี้ยงกันมากนัก ใช้เวลาเลี้ยง 4 เดือน ได้นํ้าหนัก 1.3-1.6 กก.

โรงเรือนเป็ด

ลักษณะทั่วไปของโรงเรือนเป็ดที่ดี ควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
        - กันลม แดด ฝน ได้
        - อากาศภายในโรงเรือนสามารถระบายถ่ายเทอากาศได้ดี
        - สามารถรักษาความสะอาดได้ง่ายไม่เป็นที่ขังนํ้า
        - พื้นควรเป็นพื้นทราย หรือพื้นซีเมนต์ จะทำ ให้ทำ ความสะอาดได้ง่ายและควรปูแกลบเป็นวัสดุรองพื้น
        - ในบริเวณที่วางภาชนะให้นํ้าควรมีที่ระบายนํ้า พื้นคอกตรงบริเวณที่ให้นํ้าควรใช้พื้นไม้ระแนงหรือใช้แผ่นซีเมนต์แบบเดียวกับที่ปูคอกหมู ซึ่งเป็นช่องจะสามารถระบายนํ้าได้ดี หรือทำ เป็นตะแกรงลวดเพื่อวางที่ให้นํ้า
        - สร้างง่าย ราคาถูก และใช้วัสดุก่อสร้างที่มีในท้องถิ่น
        - หลังคาควรเป็นหลังคาจั่ว 2 ชั้น เพราะจะช่วยให้ระบายอากาศได้ดี
        - ไม่ควรเลี้ยงแน่นจนเกินไป

อัตราส่วนในการเลี้ยงต่อพื้นที่คือ
       -  เป็ดเล็ก 6-8 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร
       -  เป็ดรุ่น 5-6 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร
       -  เป็ดไข่ 4-5 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร
       -  เป็ดเนื้อ 7 ตัว ต่อ 1 ตารางเมตร ทุกขนาด

การเลี้ยงดูเป็ด

       1. ลูกเป็ดอายุ 1 วันถึง 3 สัปดาห์ ควรให้ความอบอุ่น อาจใช้หลอดไฟฟ้ากก หรือกกด้วยตะเกียงนํ้ามันก๊าด
       2. อย่าให้ลูกเป็ดเล็กลงเล่นนํ้า หรือภาชนะใส่นํ้าควรมีที่กั้นไม่ให้เป็ดลงไปเล่น เพราะลูกเป็ดเล็กขนเปียกง่ายเพราะยังไม่มีต่อมนํ้ามันที่ช่วยให้ขนเป็ดเป็นมันจึงเปียกนํ้าได้ง่าย จะทำ ให้เป็ดหนาวและเป็ดปอดบวมได้ง่าย หรือตายได้
       3. ลูกเป็ดอายุ 1 วัน อาหารที่ให้ควรเป็นนํ้าและกรวดหรือทรายหยาบ และให้กินพวกปลายข้าวละเอียดหรือข้าวโพดป่นบ้าง
       4. เมื่อลูกเป็ดอายุ 2-6 วัน ให้อาหารอ่อนที่ย่อยง่าย ใช้ข้าวสุก 2 ส่วนผสม อาหารลูกไก่ 1 ส่วนคลุกนํ้าพอหมาดโปรยใส่ถาดให้กิน หรือจะให้อาหารผสมสำ หรับลูกเป็ดกินเลยก็ได้
       5. เมื่อลูกเป็ดมีอายุ 1-4 สัปดาห์ จะเติบโตแข็งแรงควรหั่นผักสดหรือหญ้าขนหั่นฝอยปนด้วยค่อยลดจำ นวนข้าวสุกลง ให้อาหารผสมมากขึ้น หรือจะใช้รำ ละเอียดต้มกับปลาเป็ดหรือถั่วเขียวต้มหั่น
ผักผสมคลุกให้กินการให้อาหารลูกเป็ดควรให้กินคราวละน้อยๆ ในตอนแรก เมื่อลูกเป็ดกินอาหารเก่งแล้วให้อาหารทุก 2-3 ชั่วโมง และต่อไปลดลงให้วันละ 3 ครั้ง ให้มากพอที่ลูกเป็ดจะกินได้เกือบตลอดเวลาเมื่ออายุได้ 1 อาทิตย์ แต่อย่าให้จนเหลือ และต้องคอยดูความสะอาดอย่าให้เศษดินและสิ่งสกปรกลงไปในอาหาร หรือมดขึ้น
       6. อาหารเป็ดระหว่างอายุ 1-4 เดือน ระยะนี้เป็นระยะของการเจริญเติบโตเร็ว อาหารที่ให้จะเป็นอาหาร ผสมที่ขายตามร้านขายอาหารสัตว์ก็ได้ หรือจะใช้ปลายข้าวรำ หยาบ รำ ละเอียด ผัก เศษ
ปลาต้ม หรือปลาป่นผสมลงไปกับใบกระถินป่นเล็กน้อย คลุกให้เข้ากัน
       7. เมื่อเป็ดอายุ 4 เดือนขึ้นไป จะสาวเต็มที่และรอการไข่ อายุราว 4 1/2-5 เดือน ควรให้อาหารพวกปลาเป็ด หอยเล็กๆ รำ หยาบ รำ ละเอียด ปลายข้าว หรือถ้าไม่มีปลาเป็ดก็ใช้ปลาป่นผสมลงไป
กับใบกระถินป่นเล็กน้อย

การเลี้ยงดูเป็ดไข่
       1. การย้ายเป็ดสาวที่จะเข้าเลี้ยงในคอกเป็ดไข่ ควรย้ายก่อนที่เป็ดจะเริ่มไข่ประมาณ 2-3 อาทิตย์เพื่อให้เป็ดเคยชินกับคอกใหม่
       2. การให้นํ้าเป็ดไข่ควรมีนํ้าสะอาดให้กินตลอดเวลาที่ให้นํ้าควรทำ เป็นลานคอนกรีต ป้องกันพื้นคอกชื้นแฉะเพราะเป็ดเวลากินนํ้าชอบใช้ทำ ให้พื้นคอกเปียกที่ให้นํ้าควรมีที่รองพื้นและมีที่ระบายนํ้าได้ดี
       3. การให้อาหาร ถ้าเลี้ยงแบบในนํ้าหรือลำ คลองเป็ดสามารถหาลูกกุ้ง ลูกปลาและหอยเล็กๆกินได้ ให้อาหารพวก รำ หยาบ รำ ละเอียด ปลายข้าว หรือข้าวเปลือกผสมให้กินหรือถ้าอยู่ในแหล่งที่มีปลาเป็ด ใช้ปลาเป็ดต้ม หรือสับหรือบดผสมกับรำ หยาบ รำ ละเอียดปลายข้าวหรือ ข้าวโพดให้กิน หรืออาจจะให้อาหารผสมตามสูตรที่ให้มาก็ได้ หรือซื้อหัวอาหารเป็ดมาผสมกับพวกรำ ปลายข้าว ข้าวโพด ให้เป็ดไข่กินก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ผู้ที่จะเลี้ยง
       4. การให้แสงสว่าง ในระยะเป็ดไข่ ควรให้แสงสว่างวันละ 16-18 ชั่วโมง เพื่อช่วยในการทำ ให้เป็ดไข่ดีขึ้นโดยใช้แสงไฟนีออนหรือหลอดไฟธรรมดา หรือใช้แสงสว่างตามธรรมชาติประมาณ 12
ชั่วโมง แล้วตอนหัวคํ่าเปิด แสงไฟนีออนประมาณ 2 ชั่วโมง และเช้ามืดเปิดอีก2-3 ชั่วโมง หลอดไฟแสงสว่างควรติดสูงจากพื้นดินประมาณ 2.4 เมตร หรือ 8 ฟุต ควรแขวนหลอดไฟให้กระจายทั่วคอก
       5. ควรมีรังไข่ ขนาดกว้าง 12 x 14 นิ้ว สูง 12 นิ้ว ด้านบนและด้านหน้าเปิด ใช้ฟางหรือแกลบรองพื้น รังไข่ ใช้อัตรา 1 รังต่อเป็ด 3-5 ตัว

การเลี้ยงดูเป็ดเนื้อ
        การเลี้ยงเป็ดเนื้อ เป็นการค้าเพิ่งเริ่มต้นในประเทศไทยไม่นานมานี้เอง เดิมนั้นใช้เลี้ยงเป็ดพื้นเมืองหรือลูกผสม โดยคัดเอาตัวผู้เป็นเป็ดเนื้อส่งตลาด ปัจจุบันเนื่องจากมีพันธุ์ไฮบริดเข้ามามาก ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่ายโดยเร็ว จึงนิยมเลี้ยงกันมากและการซื้อขายปัจจุบันเปลี่ยนแปลงมาจากการขายเหมาตัวแบบสมัยก่อน มาชั่งขายตามนํ้าหนักทำ ให้ผู้เลี้ยงไม่ขาดทุน
        1. การเลี้ยงดูเป็ดเนื้อ การเลี้ยงดูเป็ดเล็ก ๆ ในช่วงอายุ 1-4 อาทิตย์ก็เลี้ยงเช่นเดียวกับเป็ดไข่ มีการกก ให้อาหารผสมสำ หรับลูกเป็ด(โปรตีน 20-22 เปอร์เซ็นต์)
        2. เมื่อเป็ดเนื้อมีอายุได้ 4 อาทิตย์ จึงเริ่มให้อาหารระยะขุน ซึ่งมีโปรตีน 16-18 เปอร์เซ็นต์อาหารพวกพืชผักสดคงให้กินตามเดิม อาจจะให้อาหารผสมที่ขายตามท้องตลาด หรืออาหารอัดเม็ดให้  เป็ดเนื้อกินก็ได้ เมื่อเป็ดอายุ 6-7 อาทิตย์ จึงจับส่งตลาดได้
        3. ข้อควรระวังสำ หรับการเลี้ยงเป็ดเนื้อพวกลูกผสมไฮบริด เนื่องจากเป็ดพวกนี้โตเร็ว ควรจะให้แร่ธาตุพวกแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัสผสมในอาหารพร้อมทั้งไวตามินดีให้เพียงพอ หรืออาจจะเพิ่มเปลือกหอยใส่รางแยกให้กินต่างหาก ในระยะขุนเพื่อช่วยไม่ให้เป็ดขาอ่อนหรือขารับนํ้าหนักตัวไม่ไหว
        4. การเลี้ยงเป็ดเนื้อควรเลือกพันธุ์เป็ดที่มีขนสีขาวเพราะสะดวกในการถอนขนและขายง่าย แต่พันธุ์เป็ดเนื้อปัจจุบันนี้ขนมักจะสีขาวตามความนิยมของตลาดอยู่แล้ว

สูตรอาหารเป็ด

          

 

โรคเป็ด

         โรค คือ อาการที่ทำ ให้ร่างกายของสัตว์ผิดไปจากสภาพปกติ ร่างกายไม่สามารถปฏิบัติงานในทางสรีรวิทยาได้ เช่น ไม่กินอาหาร หงอยซึม ร่างกายซูบ ผอม ทำ ให้เป็ดถึงแก่ความตายได้ จำ นวนเป็ดป่วยในฝูงยิ่งมากขึ้น เท่าใดย่อมหมายถึงการสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น โรคระบาดร้ายแรง อาจทำ ให้การเลี้ยงเป็ดต้องเลิกล้มได้

         สาเหตุของโรคเป็ดแบ่งได้เป็น
         1. โรคติดต่อ  เป็นโรคที่เป็นแล้วจะติดต่อกันและระบาดถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ส่วนมากจะเป็นโรคที่ติดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว เชื้อราและพยาธิต่างๆ
         2. โรคที่ไม่ติดต่อ  ได้แก่โรคที่เป็นเฉพาะตัว เช่น โรคขาดธาตุอาหาร และไวตามิน เกลือแร่ต่างๆ โรคที่เกิดจากการบาดเจ็บ โรคที่เกิดจากสิ่งที่เป็นพิษ

โรคเป็ดที่สำคัญคือ
1. โรคตับอักเสบติดต่อของลูกเป็ด (Duck virus hepatitis)         

          1.1 สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส มีอัตราการตายสูง มักเกิดกับลูกเป็ดอายุ 1 วันจนถึง 4 อาทิตย์  ส่วนลูกเป็ดอายุ 1 เดือนมักไม่เป็นโรคเพราะมีความต้านทาน
          1.2 อาการ ลูกเป็ดแสดงอาการโรคนี้ชนิดเฉียบพลัน คือ ไม่เคลื่อนไหวชั่วขณะแล้วจะล้มลงนอนตะแคง ชักอกแอ่น คอหงาย เท้าทั้งสองแสดงท่าพุ้ยนํ้าไปข้างหลัง และตายภายใน 30 นาที ลูกเป็ดอายุ1 วันหากได้รับเชื้อจะแสดงอาการของโรครวดเร็วมากภายใน 26 ชั่วโมงหลังรับเชื้อ
          1.3 การป้องกันโรค ให้ทำ วัคซีนโดยใช้แทงที่พังผืดเท้าเป็ดจะได้คุ้มโรคได้ภายใน 2 วัน หรืออาจใช้ซีรัมฉีดป้องกันโรคระบาด โดยเก็บโลหิตจากเป็ดที่เคยป่วยและหายจากโรคนี้แล้วนำ มาแยกเอาซีรัมใช้สำ หรับฉีดป้องกันและรักษาโรคนี้ได้ หรือใช้พันธุ์ที่ต้านทานโรค

2. โรคเพล็ก (Duck plague)
          เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยปี 2519 โรคนี้ระบาดรวดเร็วมากและมีอัตราการตายสูง
          2.1 สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส
          2.2 อาการ เป็ดจะแสดงอาการขาอ่อน นอนหมอบ ตัวสั่น ต่อมาไม่ช้าจะเกิดอาการอัมพาต เป็ดกระหายน้ำ จัด บางทมี นี ้ำ ลาย (dischrge)เหนียวๆ ไหลออกจากปาก ตาแฉะ จมูกสกปรก หายใจมีเสียงครืดคราด ท้องเดิน อุจจาระสีขาว และจะตายภายใน 24 ชั่วโมง ระยะฟักตัวของโรคตั้งแต่ต้นจนแสดงอาการเหล่านี้ประมาณ 1 สัปดาห์
          2.3 การป้องกัน
                - ทำ วัคซีนป้องกันโรคเพล็ก
                - ป้องกันพาหะนำ เชื้อ
                - มีการจัดการสุขาภิบาลในฟาร์มที่ดี
                - ให้อาหารคุณภาพดี เพื่อให้เป็ดแข็งแรง
          2.4 การทำ วัคซีน ครั้งแรกเมื่อเป็ดอายุ 1 เดือน-ครั้งที่ 2 อายุ 3 เดือน ครั้งที่ 3 อายุ 6 เดือน  และทำ ซํ้าทุกๆ 6 เดือน โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อหน้าอกหรือขา ตัวละ 1 ซีซี.

3. โรคอหิวาต์เป็ด (Duck cholera)
         เป็นโรคระบาดที่สำ คัญโรคหนึ่งของเป็ด
         3.1 สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
         3.2 อาการ เบื่ออาหาร กระหายนํ้าจัด มีไข้สูง อุจจาระมีลักษณะเป็นมูกขาวต่อมามีสีเขียวอ่อนปน อัตราการตายสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็ดอาจตายโดยกระทันหัน มีผิวหน้าคลํ้า มักพบข้อหัวเข่าและข้อเท้าบวมในเป็ดบางตัว โรคนี้พบมากในเป็ดที่มีอายุตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไป
         3.3 ป้องกัน
              - ทำ วัคซีนป้องกันอหิวาต์ ฉีดตัวละ 1-2 ซี.ซี. ตามขนาดของเป็ด
              - การสุขาภิบาลในฟาร์มที่ดีเป็นสิ่งที่จำ เป็น
              - ป้องกันพาหะนำ เชื้อโรค
              - ให้อาหารอย่างสมํ่าเสมอ เพียงพอ และมีคุณภาพดีเพื่อให้เป็ดแข็งแรงสามารถต้านทานโรคได้
              - ใช้ยาพวกซัลฟา ละลายนํ้าให้กินหรือผสมในอาหาร
         3.4 การทำ วัคซีนอหิวาต์ ทำ เมื่อเป็นอายุได้ 1 เดือน และฉีดซํ้าทุกๆ 3 เดือน โดยฉีดเข้ากล้ามตัวละ 2 ซี.ซี.

4. โรคบิด (Coccidiosis)
        โรคนี้เป็นอันตรายมากกับลูกเป็ด ถ้าพื้นโรงเรือนชื้นแฉะมีโอกาสเป็นโรคได้ง่ายเพราะเป็ดชอบนํ้า
        4.1 สาเหตุ เกิดจากเชื้อโปรโตซัว
        4.2 อาการ ท้องร่วงและอาจมีโลหิตปนมากับอุจจาระ เนื่องจากลำ ไส้อักเสบอย่างแรง
        4.3 การป้องกันรักษา
              - การจัดการสุขาภิบาลในฟาร์มให้ดีเป็นวิธีที่ดีที่สุด และหมั่นดูแลรักษาพื้นคอกให้แห้งอยู่เสมอ ที่ให้นํ้าควรมีตะแกรงรอง และมีช่องระบายนํ้าออก
              - อย่าเลี้ยงเป็ดต่างอายุปนกัน
              - ให้อาหารกินให้เต็มที่
              - ใช้ยาพวกซัลฟาผสมนํ้าหรืออาหาร เช่น ซัลฟาน๊อกซาลีน, ซัลฟาเมทาซีน หรือไนโตรฟิวราโซน

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล  :  ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติ  สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โดย ผศ.กระจ่าง วิสุทธารมณ์  ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์




สัตว์เลี้ยงภายในฟาร์ม

ปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ
ไก่พื้นเมือง
หมูหลุม



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
ไร่นายช่าง เลขที่ 38 หมู่ 4 บ้านวังยาง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย 42180 โทร. 089-7771082 ,084-7265782