| การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
|
ตอนที่ 1
ความรู้เบื้องต้นไก่พื้นเมือง
|
| เรื่องที่ 1 ความสำคัญและประโยชน์ของการเลี้ยงไก่พื้นเมือง |
ปัจจุบันประชาชนนิยมรับประทานไก่พื้นเมืองกันมาก แม้ว่าประชาชนจะนิยมเลี้ยงกันอยู่ทั่วไปก็ตาม แต่ไก่พื้นเมือง ก็ยัง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด หรือประชาชนผู้รับประมาณเนื้อไก่พื้นเมือง ทั้งนี้เพราะผู้ที่เลี้ยงไกพื้นเมืองในชนบทโดยทั่วไป ใช้วิธีการเลี้ยงแบบปล่อยให้ไก่พื้นเมืองหากินเองตามธรรมชาติ และเลี้ยงเป็นจำนวนน้อย จะให้อาหารบ้างเป็นบางครั้งคราว จึงทำให้ไก่พื้นเมืองเจริญเติบโตช้าและเป็นโรคตายจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ไก่พื้นเมืองมีลักษณะเด่น คือ เลี้ยงง่าย มีความต้านทานโรคสูง เนื้อเป็นที่นิยมรับประทาน เพราะมีรสชาติดีดังนั้น หากผู้ที่เลี้ยงไกพื้นเมืองมีการศึกษาวิธีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ให้เข้าใจ พร้อมทั้งมีการดูแลป้องกันรักษาการเกิดโรคต่างๆ ก็จะทำให้ผลผลิตไก่พื้นเมืองดีขึ้น สามารถจำหน่ายได้ราคาดี เป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้กับผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองอีกทางหนึ่งด้วย หากมองให้กว้างๆออกไปอีกไก่พื้นเมืองจะช่วยให้ธรรมชาติม ีความสมดุลในระบบไร่นา คือ จะช่วยจิกกินแมลงที่ทำลายต้นพืชบางอย่างการเลี้ยงไก่พื้นเมืองมีประโยชน์ ดังนี้
1. ทำให้ผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีอาหารที่ดีมีคุณภาพไว้รับประทานเนื้อไก่พื้นเมืองและไข่ไก่พื้นเมืองทำให้เด็กเจริญเติบโตเร็ว และช่วยบำรุงสมองให้มีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด
2. ทำให้ผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีรายได้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเงินไปซื้อเนื้อไก่พื้นเมืองและไข่ไก่พื้นเมืองมารับประทาน สามารถเอาเงินนั้นเก็บไว้ซื้อสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็นและหากผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองเลี้ยงไว้จนเหลือรับประทานแล้วก็สามารถนำไก่พื้นเมืองไปขายเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวด้วยอีกทางหนึ่ง 3. มูลไก่เป็นปุ๋ยคอกที่มีธาตุอาหารของพืชสูง มูลไก่เป็นผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการเลี้ยงไก่พื้นเมือง เป็นปุ๋ยต้นไม้ต่าง ๆ ได้ดี และเป็นอาหารเลี้ยงปลาก็ได้ เนื่องจากมูลไก่พื้นเมืองมีธาตุอาหารมากมาทั้งไนโตรเจน โปรตีน แคลเซียม และฟอสฟอรัส
4. ไก่พื้นเมืองสามารถเลี้ยงเป็นอาชีพได้ เนื่องจากไก่พื้นเมืองขายได้ราคาดีมากทั้งตัวผู้และตัวเมีย หรือสามารถเลี้ยงเป็นงานอดิเรกก็ได้ ซึ่งก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
5. ไก่พื้นเมืองเลี้ยงง่ายและมีความต่างทานโรคสูง สามารถปล่อยให้หากินอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติได้โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเลี้ยงดูเหมือนไก่พันธุ์อื่น ๆ
6. การเลี้ยงไก่พื้นเมืองสามารถช่วยแก้ความเครียด ความหงุดหงิดได้ เป็นการผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดี และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
| เรื่องที่ 2 คุณสมบัติลักษณะที่ดีของไก่พื้นเมือง |
ไก่พื้นเมืองมีข้อดีหลายอย่างด้วยกัน ถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองหมั่นคอยสังเกตการเลี้ยงจะมองเห็นได้ชัดเจน ดังนี้
1. ไก่พื้นเมืองใช้เวลาเลี้ยงไม่มาก ต้องมีการอนุบาลลูกไก่พื้นเมืองระยะแรกเกิดนิดหน่อย หลังจากนั้นก็ปล่อยให้หาอาหารกินเองตามธรรมชาติ เป็นการช่วยทุ่นค่าอาหารได้ และให้อาหารเสริมบ้าง ไก่พื้นเมืองจึงจะเจริญเติบโต บางทีผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองไม่ต้องมีการอนุบาลลูกไก่ระยะแรกเกิดเลยก็ได้ โดยปล่อยให้แม่ไก่พื้นเมืองฟักไข่และเลี้ยงลูกจนถึงระยะที่แม่และลูกไก่พื้นเมืองแยกออกจากกัน
2. ในปีหนึ่ง ๆ แม่ไก่พื้นเมืองจะไข่และฟักไข่ 3-4 รุ่นต่อปี แม่ไก่ตัวหนึ่งจะฟักลูกออกมาประมาณ 8-12 ตัว ทั้งปีแม่ไก่พื้นเมือง 1 ตัว จะให้ลูกประมาณ 30-40 ตัว ทำให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีไก่พื้นเมืองกินตลอดปี
3. เมื่อพูดถึงไก่พื้นเมืองแล้ว จะมีรสชาดอร่อย เนื้อไก่พื้นเมืองมีไขมันน้อยและให้คุณค่าทางอาหารสูงจึงเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะประชาชนนิยมรับประทานไก่พื้นเมืองเป็นหลักมากกว่าไก่พันธุ์อื่น ๆ
4. มีผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองหลายรายที่สามารถเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพได้อย่างดี เนื่องจากไก่พื้นเมืองมีราคาสูง ขายได้ราคาดีทั้งตัวผู้และตัวเมีย จึงยึดเป็นอาชีพหลักได้อย่างสบาย ซึ่งนับเป็นอาชีพที่น่าสนใจมากทีเดียว
5. ไก่พื้นเมืองเลี้ยงง่ายมีความต้านทานโรคสูง สามารถเลี้ยงแบบปล่อยได้ ไม่เสียเวลาเลี้ยงดูมาก และกินอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติได้ไม่เหมือนไก่พันธุ์อื่น ๆ
| เรื่องที่ 3 การเลือกสถานที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง |
สถานที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง นับเป็นปัจจัยที่บ่งบอกความสำเร็จของการเลี้ยงไก่พื้นเมืองได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองควรให้ความสนใจการเลือกสถานที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง ควรพิจารณาสิ่งสำคัญ ดังนี้
1. ควรเป็นที่เนินและเป็นที่ระบายน้ำได้ดี เพราะเมื่อถึงฤดูฝนเวลาฝนตกลงมาน้ำจะได้ไม่ท่วม หากบริเวณใกล้เคียงกันเป็นที่นาก็จะดีมาก เนื่องจากเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ข้าวที่ตกหล่นจะเป็นอาหารของไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงอยู่
2. ใกล้แหล่งน้ำจืด การเลี้ยงไก่พื้นเมืองจำเป็นต้องมีน้ำจืดที่สะอาดให้กินตลอดเวลา จะช่วยให้การเลี้ยงไก่พื้นเมืองประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ถ้าไก่พื้นเมืองขาดน้ำแล้ว การเจริญเติบโตของไก่พื้นเมืองอาจลดลงได้
3. สถานที่ที่จะเลี้ยงไก่พื้นเมืองนั้น ไม่ควรเป็นที่ที่เคยมีโรคระบาดมาก่อน
4. ควรอยู่ห่างจากแหล่งชุมชนพอสมควร ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นและเสียงไปรบกวนหรือไปทำความรำคาญให้กับชาวบ้างใกล้เคียง
5. อยู่ใกล้เส้นทางคมนาคม เพื่อเป็นการประหยัดค่าขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นการขนอาหาร วัสดุในการเลี้ยงเข้ามา หรือขนไก่พื้นเมืองออกไปจำหน่าย ต้องทำได้ง่ายและสะดวก
6. บริเวณที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง ควรมีต้นไม้เพื่อบังแสงแดดในตองกลางวันหรือตอนบ่าย จะช่วยให้สถานที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีความร่มเย็นทำให้ไก่พื้นเมืองไม่เครียดเกินไป การเจริญเติบโตของไก่พื้นเมืองก็เป็นไปตามปกติ
7. จะต้องไม่ไกลจากบ้านพักของผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองมากเกินไปนักทั้งนี้เพื่อสะดวกในการดูแล
8. บริเวณที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง ควรอยู่ในที่ที่ปลอดภัยจากขโมยและสัตว์ร้ายต่าง ๆ เช่น งู พังพอน และสุนัขด้วย
| เรื่องที่ 4 การคัดเลือกพันธุ์ไก่พื้นเมือง |
การคัดเลือกพันธุ์ไก่พื้นเมือง ผู้ที่จะเลี้ยงควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. ไก่พื้นเมืองที่ดีควรมีรูปร่างใหญ่ ตัวโต แข็งแรง คอยาว ขนดกเป็นมัน ไม่เป็นโรค คัดจากพ่อแม่เป็นไก่พื้นเมืองที่มีลูกดก
2. ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองต้องหมั่นคัดเลือกพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองตัวที่มีลักษณะดีเด่นไว้ทำพันธุ์ ถ้าพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ไก่มีอายุแก่เกิน 3 ปี ให้คัดออกไม่ใช้ทำพันธุ์ต่อไป
3. ให้คัดเลือกลูกไก่พื้นเมืองที่เกิดจากพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองตัวที่ดีไว้ทำพันธุ์รุ่นละ 2-3 ตัว
ลักษณะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ไก่พื้นเมืองที่ดี
1. พ่อพันธุ์ไก่พื้นเมืองที่ดี จะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ แข็งแรง มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 2.5 กิโลกรัมขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 9 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี
2. แม่พันธุ์ไก่พื้นเมือง จะต้องมีรูปร่างสมบูรณ์ แข็งแรง ขนดก มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป มีอายุตั้งแต่ 7 เดือน แต่ไม่เกิน 3 ปี และมีความสามารถเฉพาะตัว ดังนี้
- ให้ไข่อย่างน้อยปีละ 4 ชุด
- ให้ไข่อย่างน้อยชุดละ 12 ฟอง
- ฟักไข่ออกเป็นตัวอย่างน้อยชุดละ 8 ตัว
- เลี้ยงลูกเก่ง เลี้ยงลูกรอดจนโตชุดละประมาณ 6 ตัว
- ไม่ดุร้าย ไม่คอยจิกตีลูกไก่พื้นเมืองของแม่ไก่พื้นเมืองตัวอื่น ๆ
|
ตอนที่ 2
โรงเรือน อุปกรณ์การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
|
| เรื่องที่ 1 ลักษณะของโรงเรือนไก่พื้นเมือง |
โรงเรือนการเลี้ยงไก่พื้นเมืองนั้น ไม่มีรูปแบบที่ตายตัวแน่นอน โรงเรือนอาจจะทำเป็นเพิงหมาแหงนกลาย แบบหน้าจั่วและอื่น ๆ การที่จะเลือกแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบและวัตถุประสงค์ของการเลี้ยง วัสดุอุปกรณ์ ต้นทุน ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองส่วนใหญ่ในชนบทจะเลี้ยงไก่พื้นเมืองในบริเวณบ้านและทำโรงเรือนไว้ใต้ถุนบ้าน หรือใต้ยุ้งฉางการเลี้ยงไก่พื้นเมืองแบบนี้จะหวังผลแน่นอนไม่ได้ ไก่พื้นเมืองบางรุ่นรอดตายมาก บางรุ่นอาจตายหมด มีจำนวนน้อยรายมากที่ทำโรงเรือนแยกต่างหากจากบริเวณบ้านพัก ดังนั้น เพื่อให้การเลี้ยงไก่พื้นเมืองได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยพักหลับนอนในตอนกลางคืนด้วย
โรงเรือนไก่พื้นเมืองมีความสำคัญมาก สภาพของโรงเรืองไก่พื้นเมืองที่ดีควรมีลักษณะ ดังนี้
1. สามารถป้องกันแดดกันฝนได้ดี
2. ภายในโรงเรือนควรโปร่ง ไม่อับทึบ ไม่ชื้น และระบายอากาศดีแต่ไม่ถึงกับมีลมโกรก
3. ควรสร้างโรงเรือนแบบประหยัด ใช้สิ่งก่อสร้างที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น รักษาความสะอาดง่าย ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้ทั่วถึง
4. ป้องกันศัตรูต่าง ๆ ได้ดี เช่น สุนัข แมว นก และหนู
5. ห่างจากที่พักพอสมควร สะดวกต่อการเข้าปฏิบัติงานดูแลไก่พื้นเมือง มีที่ให้อาหารและน้ำ
| เรื่องที่ 2 วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้และวิธีการสร้างโรงเรียนไก่พื้นเมือง |
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างโรงเรือนไก่พื้นเมือง ควรพยายามใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาง่ายในท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ แฝก หญ้าคา ตะปู ลวดผูกลวดตาข่าย หรือถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีเงินทุน อาจใช้ไม้เนื้อแข็งเป็นเสาและโครงหลังคา ถ้าเป็นโรงเรืองขนาดใหญ่วิธีการสร้างโรงเรือนไก่พื้นเมืองสำหรับผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองรายย่อยโดยทั่วไป ไม่ค่อยพิถีพิถันกันมาก เพียงแต่ยึดหลักใหญ่ ๆ คือราคาถูกไม่ชื้นแฉะ ระบายอากาศได้ดี ไม่มีลมโกรก ป้องกันแดดกันฝนได้ ปฏิบัติงานได้สะดวก และมีพื้นที่ให้ไก่พื้นเมืองอยู่อย่างไม่แออัด
สุภาพที่ตั้งของโรงเรือน ควรห่างจากที่พักพอสมควร และอยู่ในที่เนินสูง พื้นโรงเรือนไก่พื้นเมืองอาจจะปูด้วยแกลบ ขี้เลื่อย หรือฟางแห้งหนาอย่างน้อยประมาณ 4 เซนติเมตร และควรเปลี่ยนวัสดุรองพื้นโรงเรือนไก่พื้นเมืองทุก ๆ 3 เดือน เมื่อสังเกตเห็นว่าวัสดุรองพื้นดูดซับความชื้นได้ไม่ดีโดยนำไปทำประโยชน์ในรูปของปุ๋ยหรือนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของปุ๋ยหมักได้โรงเรือนไก่พื้นเมืองกว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 1 เมตร จะใช้เลี้ยงไก่พื้นเมืองขนาดใหญ่ได้ประมาณ 6-8 ตัว ถ้ามีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 2 เมตร ก็จะใช้เลี้ยงไก่พื้นเมืองขนาดใหญ่ได้ประมาณ 30-40 ตัว
ด้านที่ฝนสาดหรือแดดส่องมาก ๆ ควรมีผ้าใบ กระสอบ แฝก หรือเสื่อเก่า ๆ ห้อยทิ้งไว้ โดยเฉพาะมุมที่วางรังไข่ สำหรับคอนให้ไก่พื้นเมืองนอน ควรพาดไว้มุมใดมุมหนึ่งของโรงเรียน คอนนอนควรเป็นไม้กลมจะดีกว่าไม้เหลี่ยม ซึ่งไก่พื้นเมืองจะจับคอนนอนได้ดี และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดบาดแผลที่หน้าอกด้วย
ส่วนประกอบของการเลี้ยงไก่พื้นเมืองในส่วนอื่น ๆ คือ กรงขนอดเล็กสำหรับขังลูกไก่พื้นเมือง อาจจะมี 2-3 กรง หรือมากกว่านี้ บางคนใช้สุ่มแทนกรง แล้วแต่จำนวนลูกไก่พื้นเมือง ในบางครั้งอาจใช้กรงขังลูกไก่พื้นเมืองขนาดใหญ่ก่อนจำหน่าย หรือขังไก่ที่ไม่แข็งแรงได้
| เรื่องที่ 3 วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง |
หลังจากที่ผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองสร้างโรงเรือนแล้ว ส่วนประกอบอย่างอื่นที่ขาดไม่ได้ คือ อุปกรณ์ในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง อุปกรณ์ที่จำเป็นมีดังนี้
1. ภาชนะใส่อาหาร ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองส่วนใหญ่จะให้อาหารไก่พื้นเมืองโดยวิธีการโปรยหว่านลงบนลานหรือพื้นดิน แล้วปล่อยให้ไก่พื้นเมืองจิกกินเอง ทำให้ไก่พื้นเมืองตัวเล็ก ๆ ได้รับอาหารไม่ค่อยเพียงพอเพราะไก่พื้นเมืองที่ใหญ่กว่าจะแย่งจิกกินเสียจนหมดก่อน ดังนั้น ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองควรแยกไก่พื้นเมืองตัวใหญ่และตัวเล็กออกจากกัน จัดภาชนะใส่อาหารให้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้อาหารหกเรี่ยราดตัวไก่พื้นเมือง ไก่พื้นเมืองเองก็ปลอดภัยจากเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นดิน ภาชนะใส่อาหารไก่พื้นเมืองในชนบทควรเลือกใช้อุปกรณ์ราคาถูกจากวัสดุในท้องถิ่นที่ทำง่ายทนทานรักษาความสะอาดได้ง่าย เช่น กระบอกไม้ไผ่ผ่าซีก หรือยางรถยนต์ผ่าซีกก็ได้ แต่ถ้ามีเงินทุนมากหน่อยก็อาจซื้อที่ให้อาหารไก่แบบแขวนถังกลมที่นิยมกัน สำหรับภาชนะใส่อาหารเลี้ยงลูกไก่พื้นเมืองในระยะ แรก ๆ ควรใช้ถาดหรือภาชนะตื้น ๆ และให้เพียงพอกับจำนวนไก่พื้นเมืองที่เลี้ยง เพราะตามธรรมชาติแล้ว ไก่พื้นเมืองจะกินอาหารพร้อม ๆ กัน
2. ภาชนะใส่น้ำ ควรจัดหามาให้ไก่พื้นเมืองได้กินน้ำตลอดเวลาภาชนะใส่น้ำนี้อาจใช้ไม้ไผ่ผ่าซีก ถ้วย จาน อ่างดิน หรือจะซื้อภาชนะใส่น้ำแบบขวดสำเร็จรูปก็ได้
3. รังไข่ รังไข่เป็นสิ่งจำเป็นและต้องมีให้ครบตามจำนวนแม่ไก่พื้นเมือง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาแม่ไก่พื้นเมืองแย่งรังไข่กัน ขนาดของรังไข่ควรกว้าง 1ฟุต ยาว 1 ฟุต สูง 8 นิ้ว แล้วใช้ฟางหญ้าแห้งรองเพื่อป้องกันไข่แตก รังไข่ที่ใช้กันอยู่ทั่ว ๆ ไป อาจจะใช้เข่ง ปุ้งกี๋ หรือตะกร้าเก่า ๆ ไป วางไว้ให้ไก่พื้นเมืองไข่ก็ได้ ที่สำคัญที่ตั้งของรังไข่ควรอยู่ในที่มิดชิด ไม่ถูกแดดและฝน มิฉะนั้นไข่ไก่พื้นเมืองจะเน่าเสีย ฟักไม่ออกเป็นตัวก็ได้ เมื่อมีการฟักไข่ไปครอกหนึ่ง ควรเปลี่ยนวัสดุรองไข่เสียทีหนึ่ง
4. คอนนอน ตามธรรมชาติไก่พื้นเมืองจะไม่นอนบนพื้นดิน แต่ชอบนอนบนต้นไม้ หรือคอนไม้ ดังนั้น การสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่พื้นเมืองควรมีคอนนอนให้ไก่พื้นเมืองไว้มุมใดมุมหนึ่งได้พักผ่อนในเวลากลางคืน ข้อสำคัญไม่ควรสร้างให้แคบจนเกินไป เพราะจะทำให้ไก่พื้นเมืองนอนแออัดหรือแย่งที่นอนกันได้
5. สุ่มหรือกรง ในกรณีที่ต้องการอนุบาลลูกไก่พื้นเมืองในระยะแรก เพื่อให้ลูกไก่พื้นเมืองมีความแข็งแรงพอที่จะวิ่งหรือเดินตามแม่ไก่พื้นเมืองนั้น ควรเตรียมสุ่มไว้ 1-2 ใบ เพื่อใช้ขังแม่ไก่พื้นเมืองและลูกไก่พื้นเมืองใน 1-2 สัปดาห์แรก หากจะใช้กรงควรทำเป็นกรงขนาดเล็กโดยยกให้สูงจากพื้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร
|
ตอนที่ 3
วิธีการเลี้ยงไก่พื้นเมือง
|
| เรื่องที่ 1 วัตถุดิบอาหารที่ใช้เลี้ยงและสูตรอาหารไก่พื้นเมือง |
อาหารที่ใช้เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีอยู่หลายชนิด แต่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คือ ข้าวเปลือก ปลายข้าว และรำ ซึ่งเป็นอาหารที่มีอยู่ในท้องถาน นอกจากนี้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองอาจใช้ข้าวโพด ใบกระถินบดให้ละเอียด กากถั่วเหลือง และปลาป่น ฯลฯ
โดยหลักการแล้ว ไก่พื้นเมืองต้องการอา หารที่ดีมีคุณภาพที่มีพร้องทั้งไขมัน คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แร่ธาตุ และวิตามิน ซึ่งมีพร้อมในอาหารสำเร็จรูป แต่การเลี้ยงไก่พื้นเมืองในชนบท จะเป็นการเลี้ยงเพื่อรับประทานในครัวเรือน โดยปล่อยให้ไก่พื้นเมืองหาอาหารกินเองตามธรรมชาติ จะมีการให้อาหารเสริมบ้าง เช่น ปลายข้าวหรือข้าวเปลือกโปรยให้กินก่อนไก่พื้นเมืองเข้าโรงเรือน แต่สำหรับผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองที่ต้องการให้ไก่พื้นเมืองเจริญเติบโตเร็ว ขายได้ราคาดี ควรให้อาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนตามที่ไก่พื้นเมืองต้องการ อาจใช้หัวอาหารผสมกับปลายข้าวและรำ ในอัตราส่วน 1 : 2 : 2 (หัวอาหาร 1 ส่วน ปลายข้าว 2 ส่วน รำ 2 ส่วน) หรืออาจใช้สูตรอาหารต่อไปนี้
สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงลูกไก่พื้นเมือง
แรกเกิด จนถึงอายุ 2 เดือน สูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงไก่พื้นเมืองอายุ 2 เดือนขึ้นไป
1. หัวอาหารอัดเม็ดสำหรับไก่ระยะแรก 8 กิโลกรัม
2. รำรวม 8 กิโลกรัม
3. ปลายข้าว 10 กิโลกรัม 1. รำรวม 38 กิโลกรัม
2. ปลายข้าว 60 กิโลกรัม
3. เปลือกหอยป่น 2 กิโลกรัม
| เรื่องที่ 2 การฟักไข่ไก่พื้นเมือง |
ปกติแล้วแม่ไก่พื้นเมืองจะเริ่มให้ไข่ เมืออายุประมาณ 6-8 เดือน จะไข่เป็นชุด โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ปีละ 4 ชุด ชุดละ 8-12 ฟอง แม่ไก่พื้นเมืองเมื่อไข่หมดชุดแล้วจะเริ่มฟักไข่
ก่อนที่แม่ไก่พื้นเมืองจะฟักไข่ ควรฆ่าไรและเหาเสียก่อน โดยจับแม่ไก่พื้นเมืองจุ่มน้ำยาฆ่าไรและเหา เพื่อป้องกันไม่ให้รบกวนในยามฟักไข่การฟักไข่นั้นแม่ไก่พื้นเมืองจะกกไข่ตลอดคือ และออกหาอาหารกินในตอนเช้า ตอนกลางวันแม่ไก่พื้นเมืองจะขึ้นกกไข่วันละ 2 ชั่วโมง แล้วออกจากรังไปหากินอาหารสลับกันอยู่อย่างนี้ เมื่อแม่ไก่พื้นเมืองกกไข่ได้ประมาณ 5-7 วัน ควรเอาไข่มาส่องดูเชื้อ โดยใช้กระดาษแข็งม้วนเป็นรูปกระบอก เอาไข่ไก่พื้นเมืองมาชิดที่ปลายท่อด้านหนึ่ง แล้วยกขึ้นส่องดูกับแสงแดดหรือส่องกับหลอดไฟนีออนก็ได้ ไข่ที่มีเชื้อจะเห็นเป็นจุดสีดำอยู่ข้างในและมีเส้นเลือดสีแดงกระจายออกไป ส่วนไข่ที่ไม่มีเชื้อจะใสมองไม่เห็นเส้นเลือด ต้องคัดออกและนำไปเป็นอาหารได้ (โดยการต้ม) การคัดไข่ที่ไม่มีเชื้อออกจะเป็นการช่วยให้แม่ไก่พื้นเมืองฟักไข่ที่มีเชื้อได้ดีขึ้นและได้ลูกไก่พื้นเมืองมากขึ้น การส่องไข่เมื่อแม่ไก่พื้นเมืองฟักไข่ได้ 5-7 วันแล้ว ถ้าเป็นไปได้ควรส่องเมื่อฟักไข่ได้ 14 และ 18 วันอีกครั้ง เพื่อคัดไข่เชื้อตายหลังจากฟักการส่องครั้งแรกออกมา
ในการฟักไข่นั้น แม่ไก่พื้นเมืองจะใช้เวลาฟักไข่จนออกเป็นตัวประมาณ 21 วัน เมื่อลูกไก่พื้นเมืองฟักออกหมดแล้ว ควรเอาวัสดุที่รองรังไข่รวมทั้งเปลือกไข่เผาทิ้งเสีย และทำความสะอาดรังไข่ไว้สำหรับให้แม่ไก่พื้นเมืองไข่อีกต่อไป
| เรื่องที่ 3 การเลี้ยงและการดูแลลูกไก่พื้นเมือง |
เมื่อลูกไก่พื้นเมืองออกจากไข่หมดแล้ว ควรให้แม่ไก่พื้นเมืองเลี้ยงลูกเอง โดยย้ายแม่ไก่พื้นเมืองและลูกไก่พื้นเมืองลงมาขังในสุ่มหรือในกรงในระยะนี้ควรมีถาดอาหารสำหรับใส่รำ ปลายข้าว หรือเศษข้าวสุกให้ลูกไก่พื้นเมืองกินและมีถ้วยหรืออ่างน้ำตื้น ๆ ใส่น้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา
เมื่อลูกไก่พื้นเมืองอายุประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกไก่พื้นเมืองแข็งแรงดีแล้ว จึงเปิดสุ่มหรือกรงให้ลูกไก่พื้นเมืองไปหากินกับแม่ไก่พื้นเมืองได้โดยธรรมชาติแม่ไก่พื้นเมืองจะเลี้ยงลูกประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้แยกลูกไก่พื้นเมืองออกจากแม่ไก่พื้นเมือง โดยนำไปเลี้ยงในกรงหรือแยกเลี้ยงต่างหาก เพื่อให้แม่ไก่พื้นเมืองฟักตัวเตรียมไข่ในรุ่งต่อไป
ลูกไก่พื้นเมืองอายุ 2 สัปดาห์ที่แยกออกจากแม่ไก่พื้นเมืองใหม่ ๆ ยังหาอาหารไม่เก่งและยังป้องกันตัวเองไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเลี้ยงต่างหากในกรงเพื่อให้แข็งแรงปราดเปรียว และเมื่อมีอายุได้ 1 ? -2 เดือนจึงปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติในระยะนี้ลูกไก่พื้นเมืองจะมีการตายมากที่สุดผู้ที่เลี้ยงควรเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดในเรื่องน้ำ อาหาร และการป้องกันโรค
| เรื่องที่ 4 การเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้กินไข่ |
การเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้กินไข่ มีการจัดการง่าย ๆ แต่ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองต้องเอาใจใส่พอสมควร เริ่มจากแม่ไก่พื้นเมืองเริ่มไข่ ให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองต้องเอาใจใส่พอสมควร เริ่มจากแม่ไก่พื้นเมืองเริ่มไข่ ให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองสังเกตว่าถ้าแม่ไก่พื้นเมืองไข่ดก แม่ไก่พื้นเมืองจะชอบไข่ในตอนเช้า พอรุ่งเช้าขึ้นก็จะไข่อีก 1 ฟอง ให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองเก็บไข่ฟองเก่าออก และให้เก็บทุก ๆ วันที่แม่ไก่พื้นเมืองไข่ โดยให้เหลืออยู่ในรังเพียงฟองเดียว แม่ไก่พื้นเมืองก็จะไข่ไปเรื่อย ๆ
ถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองสังเกตเห็นว่า แม่ไก่พื้นเมืองจะเริ่มฟักไข่กล่าวคือจะกิจอาหารน้อยลงเพื่อบังคับตัวเองไม่ให้ไข่ต่อไป จะต้องรีบแยกแม่ไก่พื้นเมืองมาขังไว้ต่างหาก ซึ่งผู้ที่เลี้ยงไก่ควรมีที่ไว้สำหรับขังแม่ไก่พื้นเมืองไม่ให้ฟักไข่ได้ หลังจากนั้น หาอาหารที่มีโปรตีน เช่น รำ ปลายข้าว และปลายป่น หรือถ้าหาอาหารไก่ไข่ให้กินได้จะดีมาก แล้วเอาไก่พื้นเมืองตัวผู้เข้าไปขังรวมไว้ด้วยประมาณ 4-5 วัน แม่ไก่พื้นเมืองจะเริ่มให้ไข่อีก ซึ่งผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองแบบนี้จะได้ไข่ไก่พื้นเมืองตลอดเวลาและเป็นวิธีการเลี้ยงเพื่อกินไข่โดยเฉพาะ แต่ถ้าเลี้ยงไก่พื้นเมืองโดยที่ผู้เลี้ยงลืมปล่อยให้แม่ไก่พื้นเมืองเริ่มฟักไข่ไปได้ประมาณ 2-3 วัน แล้วจึงแยกแม่ไก่พื้นเมืองออก จะต้องเสียเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ แม่ไก่พื้นเมืองจึงจะเริ่มไข่ใหม่
|
ตอนที่ 4
โรคและการป้องกันโรคไก่พื้นเมือง
|
| เรื่องที่ 1 หลักวิธีการสุขาภิบาลที่ควรปฏิบัติไก่พื้นเมือง |
ในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ผู้ที่เลี้ยงควรยึดหลัก "กันไว้ดีกว่าแก้" เพราะปัญหาโรคเป็นปัญหาสำคัญที่จะทำให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองไม่ประสบผลสำเร็จ ในปีหนึ่ง ๆ จะสูญเสียไก่พื้นเมืองจึงต้องมีการสุขาภิบาลที่ดี และการให้วัคซีนป้องกันโรค ดังนี้
การสุขาภิบาลการเลี้ยงไก่พื้นเมืองที่ดี ควรปฏิบัติดังนี้
1. ต้องดูแลทำความสะอาดโรงเรือนและภาชนะต่าง ๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค พยายามอย่าปล่อยให้โรงเรือนชื้นแฉะ
2. สร้างโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
3. กำจัดแหล่งน้ำสกปรก รอบ ๆ บริเวณโรงเรือนและบริเวณใกล้เคียง
4. อาหารไก่ต้องมีคุณภาพ อาหารที่กินไม่หมดให้ทิ้ง อย่าปล่อยให้เน่าบูดเสีย
5. มีน้ำสะอาดให้ไก่กินตลอดเวลา
6. ถ้ามีไก่พื้นเมืองป่วยไม่มากนักให้กำจัดเสีย และจัดการเผาหรือฝังให้เรียบร้อย จะช่วยป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี
7. อย่าทิ้งซากไก่พื้นเมืองที่เป็นโรคลงแหล่งน้ำเป็นอันขาดเพราะเชื้อโรคจะแพร่ระบาดได้
8. ไก่พื้นเมืองที่ซื้อมาใหม่ ควรแยกเลี้ยงไว้ต่างหาก โดยกักขังไว้ประมาณ 15 วัน หากไม่เป็นโรคจึงนำมาเลี้ยงในบริเวณเดียวกันได้
9. เมื่อมีโรคระบาดไก่พื้นเมืองเกิดขึ้น ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองไม่สามารถจะดูแลหรือป้องกันรักษาเองได้ ควรปรึกษาผู้รู้
การให้วัคซีนป้องกันโรคระบาดไก่พื้นเมือง ควรปฏิบัติดังนี้
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง แม้ว่าจะมีการสุขาภิบาลที่ดี แต่โดยปกติสิ่งแวดล้อมจะมีเชื้อโรคอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ไก่พื้นเมืองเป็นโรคได้ทุกเวลา ดังนั้น ผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองจึงต้องสร้างความต้านทานโรคโดยการให้วัคซีนป้องกันโรค ซึ่งควรให้ตั้งแต่ไก่พื้นเมืองอายุยังน้อยและสม่ำเสมอตามตารางที่กำหนด การให้วัคซีนจะให้ผลดีที่สุดต่อเมื่อ
- สุขภาพของไก่พื้นเมืองแข็งแรง ไม่เป็นโรค
- วัคซีนที่ใช้มีคุณภาพดี
- เครื่องมือที่ใช้กับวัคซีนสะอาด และผ่านการต้มฆ่าเชื้อโรคแล้ว
- ให้วัคซีนไก่พื้นเมืองครบตามขนาดที่กำหนด
- ให้วัคซีนอย่างสม่ำเสมอและพยายามให้วัคซีนไก่พื้นเมืองที่มีสุขภาพดีทุกตัวในฝูงเดียวกัน
- การให้วัคซีนแต่ละชนิดควรเว้นระยะห่างกันประมาณ 5-7 วัน
ตารางการให้วัคซีนป้องกันโรคระบาดไก่พื้นเมือง
|
วัคซีน
|
อายุไก่พื้นเมือง
|
วิธีให้วัคซีน
|
ขนาดวัคซีน
|
ระยะป้องกันโรค
|
|
นิวคาสเซิล
(ครั้งที่ 1 สเตรนเอฟ.)
|
1-3 วัน
|
หยอดจมูกหรือตา
|
1-2 หยด
|
3 เดือน
|
|
ฝีดาษ
(ครั้งที่ 1)
|
7 วัน
|
แทงปีก
|
1-2 ครั้ง
|
1-2 ปี
|
|
นิวคาสเซิล
(ครั้งที่ 2 สเตรนเอฟ.)
|
21 วัน
|
หยอดจมูกหรือตา
|
1-2 หยด
|
3 เดือน
|
|
นิวคาสเซิล
(สเตรนเอ็ม.พี.)
|
2 - 3 เดือน
|
แทงปีก
|
1-2 ครั้ง
|
6 เดือน
|
|
อหิวาต
|
2-3 เดือน
|
ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
|
์1 ซี.ซี
|
. 3 เดือน
|
|
หลอดลมอักเสบ
(ครั้งที่ 1)
|
14 วัน
|
หยอดจมูกหรือตา
|
1-2 หยด
|
3 เดือน
|
|
หลอดลมอักเสบ
(ครั้งที่ 2)
|
28 วัน
|
หยอดจมูกหรือตา
|
1-2 หยด
|
3 เดือน
|
| เรื่องที่ 2 โรคระบาดไก่พื้นเมืองที่สำคัญและวิธีป้องกันรักษา |
โรคนิวคาสเซิล (โรคห่า)
โรคนิวคาสเซิล หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "โรคห่า" ถ้าไก่พื้นเมืองเป็นโรคนี้แล้ว ไก่พื้นเมืองจะมีอาการทางระบบหายใจและระบบประสาท คือ ไก่จะหายใจลำบาก น้ำมูกไหล หายใจดัง ชักกระตุก คอบิดเบี้ยว ขาปีกเป็นอันพาต เดินเป็นวงกลม เบื่ออาหาร และภายใน 2-4 วัน ไก่พื้นเมืองอาจจะตายหมด เป็นได้ทั้งไก่พื้นเมืองตัวเล็กและตัวใหญ่
การป้องกัน ใช้วัคซีน สเตรนเอฟ. หยอดจมูกหรือตาลูกไก่พื้นเมืองที่มีอยู่ 1-3 วัน ทำวัคซีน เสตรนเอฟ. ซ้ำอีกเมือไก่พื้นเมืองมีอายุ 21 วัน สามารถป้องกันโรคได้ 3 เดือน เมื่อไก่พื้นเมืองมีอายุ 2 ? - 3 เดือน ใช้วัคซีนสเตรนเอ็ม.พี. แทงผนังปีก 1-2 ครั้ง สามารถป้องกันโรคได้ 6 เดือน
โรคหลอดลมอักเสบ
โรคหลอดลมอักเสบ ถ้าไก่พื้นเมืองเป็นโรคนี้แล้ว ไก่พื้นเมืองจะมีอาการทางระบบหายใจ หายใจไม่สะดวก อ้าปากหายใจ หายใจเสียงดังน้ำมูกไหล ตาแฉะ
การป้องกัน ทำวัคซีนหลอดลมอักเสบโดยหยอดจมูกหรือตา 1-2 หยดในลูกไก่พื้นเมืองเมื่อมีอายุ 14 วัน และทำวัคซีนหลอดลมอักเสบซ้ำอีกเมื่อลูกไก่พื้นเมืองมีอายุ 28 วัน สามารถป้องกันโรคได้ 3 เดือน
ข้อควรระวัน ห้ามใช้วัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบ พร้อมกับวัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิล ควรใช้
วัคซีนชนิดนี้ห่างกันไม่น้อยกว่า 1 อาทิตย์
โรคฝีดาษ
โรคฝีดาษ ถ้าไก่พื้นเมืองเป็นโรคนี้แล้ว ไก่พื้นเมืองจะมีเม็ดขึ้นตามใบหน้าหรือหงอน บางครั้งพบเม็ดสีเหลืองในบริเวณปากและลิ้น ไก่พื้นเมืองจะเจ็บปากและลิ้น กินอาหารไม่ได้ ถ้าเกิดมีโรคแทรกก็จะตายไปในที่สุด
วิธีป้องกัน ทำวัคซีนฝีดาษไก่โดยการแทงผนังปีก 1-2 ครั้ง กับลูกไก่พื้นเมืองที่มีอายุ 7 วัน สามารถป้องกันโรคได้ 1 ปี
โรคอหิวาต์
โรคอหิวาต์ จะพบมากในไก่พื้นเมืองที่มีอายุเกิน 2 เดือนขึ้นไปถ้าเป็นขั้นรุนแรง ไก่พื้นเมืองจะตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ้าเป็นชนิดธรรมดา ไก่พื้นเมืองจะแสดงอาการตัวร้อนจัด หายใจไม่สะดวก หงอนเหนียงเปลี่ยนเป็น สีดำคล้ำ
การป้องกัน ทำวัคซีนอหิวาต์ไก่พื้นเมืองโดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 ซี.ซี. กับไก่พื้นเมืองที่มีอายุ 2 เดือน
การรักษา ช่วยได้โดยการใช้ยาปฏิชีวนะหรือซัลฟาคิวน็อกซาลีนละลายน้ำให้กิน
| เรื่องที่ 3 โรคพยาธิไก่พื้นเมืองที่สำคัญและวิธีป้องกันรักษา |
พยาธิภายนอกไก่
พยาธิภายนอกไก่มีหลายชนิด เช่น ไร เหา และหมัด ถ้าไก่พื้นเมืองเป็นโรคนี้แล้ว พยาธิเหล่านี้จะคอยรบกวนไก่พื้นเมืองตลอดเวลาทำให้ผลผลิตลดลง โดยเฉพาะไก่พื้นเมืองตัวเมียจะทำให้ไข่ลดลง ฉะนั้นจึงควรกำจัดโรคนี้เสีย โดยมีวิธีการควบคุมและกำจัด ดังนี้
1. ก่อนนำไก่พื้นเมืองเข้าขังในโรงเรือน ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น รางอาหาร รางน้ำ โรงเรือนเลี้ยงไก่พื้นเมือง โดยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เช่น มาลาไธออนและโรทิโนน
2. ควรใช้วัสดุปูฟื้นโรงเรือน เช่น แกลบที่ใหม่และไม่ชื้น เพราะบริเวณพื้นโรงเรือนมักจะมีไรไก่พื้นเมืองอาศัยอยู่มาก
3. ในขณะที่เลี้ยงไก่พื้นเมือง เมื่อพบว่ามีไร เหา และหมัดเกิดขึ้นกับไก่พื้นเมือง ควรรีบกำจัดทันทีโดยใช้ยาตามคำแนะนำที่ฉลากยา
4. ใช้สมุนไพร เช่น โล่ติ๊น หรือยาฉุนละลายน้ำ นำไก่พื้นเมืองมาจุ่มฆ่าพยาธิก็ได้
พยาธิภายใน
พยาธิภายในไก่มีหลายชนิด เช่น พยาธิตัวแบน พยาธิตัวกลมและพยาธิเส้นด้าย ถ้าไก่พื้นเมืองเป็นโรคนี้แล้ว พยาธิเหล่านี้จะรบกวนไก่พื้นเมือง ทำให้แคระแกร็น เจริญเติบโตช้า และไข่ลด บางครั้งไก่พื้นเมืองอาจตายได้ สามารถกำจัดได้โดยใช้ยาเปปเปอราซีน ไดไฮโดรคลอไรด์ผสมกับอาหารให้ไก่กินทุก 1-2 เดือน
|
ตอนที่ 5
การจัดการอาชีพเลี้ยงไก่พื้นเมือง
|
| เรื่องที่ 1 การวางแผนการดำเนินงานและการบันทึกการผลิต |
ก่อนที่จะเลี้ยงไก่พื้นเมืองหรือขณะเลี้ยงไก่พื้นเมืองอยู่แล้ว ผู้ที่เลี้ยวไก่พื้นเมืองต้องมีการวางแผนการดำเนินงานไว้ล่างหน้า เช่น จะจำหน่ายไก่พื้นเมืองช่วงไหนจึงจะได้ราค่าดี โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว ไก่พื้นเมืองจะมีร่าคาสูงมากขึ้นในช่วงตรุษจีน สารทจีน หรือเทศกาลอื่น ๆ เพราะประชาชนต้องการไก่พื้นเมืองจำนวนมากในเทศกาลดังกล่าว และในช่วงฤดูแล้ง ไก่พื้นเมืองก็ขายได้ราคาดี เนื่องจากอาหารของมนุษย์จากธรรมชาติมีอยู่น้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชนนั่นเอง
นอกจากมีการวางแผนการดำเนินงานแล้ว ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองจะต้องมีการบันทึกรายละเอียดการผลิตไก่พื้นเมืองในแต่ละเดือนว่า มีไก่พื้นเมืองแต่ละรุ่นอยู่จำนวนเท่าใด และถ้าสามารถแยกเพศไก่พื้นเมืองได้ก็ยิ่งดีเพื่อทำให้การวางแผนผลิตลูกไก่พื้นเมืองได้ตามความต้องการของตลาด
ตัวอย่าง บันทึกการผลิตไก่พื้นเมือง ประจำเดือน พฤษภาคม 2539
|
ลำดับที่
|
รายละเอียด
|
จำนวน
|
| |
|
เพศผู้
|
เพศเมีย
|
รวม
|
|
|
ลูกไก่พื้นเมืองแรกเกิด - 2 เดือน
ไก่พื้นเมืองอายุ 2 เดือน - 7 เดือน
ไก่พื้นเมืองอายุ 7 เดือนขึ้นไป
|
-
-
15
|
-
-
70
|
160
75
85
|
| |
|
รวมจำนวน
|
320
|
| เรื่องที่ 2 การหาตลาดเพื่อจำหน่ายและการบันทึกบัญชีรายรับ - รายจ่าย |
เนื่องจากประชาชนมีความต้องการไก่พื้นเมืองมาก เพราะคุณภาพของเนื้อไก่พื้นเมืองแน่น ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดทำให้จำหน่ายได้ราคาดีเมื่อเทียบกับราคาผลผลิตอย่างอื่น การซื้อขายส่วนใหญ่จะใช้วิธีชั่งน้ำหนักและไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด แต่อย่างไรก็ตามถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองสามารถหาผู้รับซื้อประจำได้จะเป็นการดีเพราะสามารถประหยัดเวลาในการจำหน่ายไก่พื้นเมือง
หลังจากผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองหาตลาดเพื่อจำหน่ายไก่พื้นเมืองได้แล้วต้องมีการบันทึกบัญชีรายรับ - รายจ่าย เพื่อจะได้ทราบว่า ผลการดำเนินการเลี้ยงไก่นั้น ได้กำไรหรือขาดทุน โดยอาจมีการประเมินผลการดำเนินการทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี
ตัวอย่าง บัญชีรายรับ - รายจ่ายการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ประจำเดือนพฤษภาคม 2539
|
|
รายรับ
|
|
รายจ่าย
|
|
วัน/เดือน/ปี
|
รายการ
|
จำนวนเงิน
|
วัน/เดือน/ปี
|
รายการ
|
จำนวนเงิน
|
|
|
|
บาท
|
สต.
|
|
|
บาท
|
สต.
|
8 พ.ค. 253915
พ.ค.253924
พ.ค.2539 |
ขายลูกไก่พื้นเมือง 100 ตัว
ขายไก่พื้นเมือง (ใหญ่) 30 ตัว
ขายไก่พื้นเมือง (ใหญ่) 10 ตัว
|
1,000
1,500
500
|
|
6 พ.ค.2539
13 พ.ค.2539
20 พ.ค.2539
29 พ.ค. 2539
|
ซื้ออาหารไก่
ซื้อวัคซีนและยาถ่าย
พยาธิ
ซื้อวัสดุปรับปรุง
โรงเรือน
ซื้อรางอาหาร
|
|
|
|
รวม
|
3,000 |
- |
รวม
|
1,560 |
- |
| เรื่องที่ 3 การพิจารณาความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงไก่พื้นเมือง |
การที่จะพิจารณาว่าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองประสบความสำเร็จหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่ว่าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองนั้น เลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพเสริม หรือเลี้ยงเป็นอาชีพหลัก ถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม จะพิจารณาว่าเลี้ยงไก่พื้นเมืองแล้วไก่พื้นเมืองเจริญเติบโตสมบูรณ์ดีหรือไม่ไก่พื้นเมืองไม่ตายจากโรคระบาด แต่ถ้าเลี้ยงเป็นอาชีพหลักนอกจากจะพิจารณาว่าเลี้ยงไก่พื้นเมืองแล้วได้ผลผลิตดี ปัจจัยสำคัญที่จะชี้ขาด คือกำไร - ขาดทุน ถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองแล้ว จำหน่ายได้กำไรก็แสดงว่าประสบผลสำเร็จทั้งในด้านการผลิตและการตลาด กล่าวคือ "สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ต่ำกว่าราคาขาย"
| เรื่องที่ 4 ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไขการเลี้ยงไก่พื้นเมือง |
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง มักจะประสบปัญหาและอุปสรรคมากมายทั้งด้านการผลิตและการตลาด อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองมีความสนใจและค้นคว้าหาความรู้เพิ่มอยู่เสมอ จากเอกสาร สิ่งพิมพ์ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองแล้วประสบผลสำเร็จ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัด สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์พัฒนากรตำบล พัฒนากรอำเภอ และวิทยาลัยเกษตรกรรม จะทำให้ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองสามารถเลี้ยงไก่พื้นเมืองประสบความสำเร็จได้ สำหรับปัญหาอุปสรรคที่พบในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง จากประสบการณ์การเลี้ยงไก่พื้นเมืองของผู้เขียนเอง ขอแนะแนวทางวิธีการแก้ไข ดังนี้
1. ปัญหาด้านทุนค่าอาหารสูง ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองควรหาวิธีการลดต้นทุนค่าอาหาร เช่น ในช่วงกลางคืน อาจใช้หลอดไฟฟ้าสำหรับดักแมลงเพื่อใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับไก่พื้นเมือง นอกจากนี้ควรทำการปลูกหญ้าหรือพืชที่ไก่พื้นเมืองชอบกิน
2. ปัญหาด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่พื้นเมือง ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองอาจจะประสบปัญหาไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงไม่แข็งแรงหรือเจริญเติบโตช้า ไม่เป็นที่ต้องการของประชาชน ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองควรแก้ไขโดยวิธีการคัดเลือกพ่อพันธุ์ - แม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีไว้ไว้ทำพันธุ์อยู่เสมอในการเลี้ยงไก่พื้นเมืองแต่ละรุ่น โดยการคัดไก่พื้นเมืองที่ไม่สมบูรณ์ออกไปและควรจัดหาพ่อพันธุ์ไก่พื้นเมืองที่มีลักษณะดีจากแหล่งอื่นมาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์ระหว่างเครือญาติหรือการผสมเลือดชิด
3. ปัญหาด้านโรคระบาดไก่พื้นเมือง ไก่พื้นเมืองเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเรื่องโรคพยาธิรบกวนมาก ดังนั้น ผู้ที่เลี้ยงไก่พื้นเมืองควรให้ความสนใจในการทำวัคซีนป้องกันโรคที่สำคัญอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ และต้องจัดการเลี้ยงดูให้ไก่พื้นเมืองได้กินอาหารเต็มที่ โรงเรือนและน้ำดื่มต้องสะอาดจึงจะสามารถป้องกันโรคระบาดได้
|